Friday, June 4, 2010

ยากลุ่ม ACEI และยากลุ่มARB

หัวหน้าแผนกส่งเสริมสุขภาพ ถามเรื่องยากลุ่ม ACEI มีอะไรบ้าง และยากลุ่ม ARB เป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่
ก็เลยมาค้นเน็ตดู
ยาลดความดันโลหิตมีหลายกลุ่ม เช่น
1.- ยาขับปัสสาวะ เช่นยาในกลุ่ม Thiazide ที่ให้ไตเพิ่มการขับโซเดียม ลดปริมาณเลือด และทำให้ความดันโลหิตลดลง มีอาการข้างเคียงทำให้การตอบสนองทางเพศลดลง
2.- ยาในกลุ่ม ACEi เช่นยา enalapril, captopril, lisinopril , ramipril ที่มีผลยับยั้งการสร้างฮอร์โมนแอนจิโอเทนซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือด เกิดการคั่งของโซเดียมในร่างกาย และทำให้เกิดการบวมน้ำ โดยมีอาการข้างเคียงทำให้เกิดผื่นแดง และทำให้ไอมาก แม้ว่ายาส่วนใหญ่จะขับออกทางไต แต่ก็มีรายงานว่ายาบางชนิดในกลุ่มนี้ทำอันตรายต่อตับด้วยเช่นกัน ยากลุ่มนี้บางตัวจะมีคุณสมบัติเป็น prodrug ซึ่งจะต้องถูกเปลี่ยนสภาพที่ตับก่อนจึงจะออกฤทธิ์ได้ แต่ถ้าผู้ป่วยมีภาวะตับทำงานบกพร่องยาตัวนั้นจะใช้ไม่ได้
ตัวที่ไม่ได้เป็น prodrug ได้แก่ captopril อย่างไรก็ดียากลุ่มนี้ เช่น captopril, enalapril และ lisinopril มีรายงานการเกิดตับอักเสบได้

3.- angiotensin II antagonists เช่นยา losartan ซึ่งมีข้อดีกว่ายาในกลุ่ม ACEi เนื่องจากไม่ทำให้เกิดอาการไอ และอื่นๆ แต่ก็ยังมีรายงานของการเกิดอาการปวดหัว ไอ มึนงง
4.- ยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง เช่นยา Clonidine ทำให้สมองส่งสัญญาณไปกระตุ้นหลอดเลือดลดลง ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ความดันเลือดลดลง โดยยาในกลุ่มนี้จะถูก metabolised ที่ตับ และถูกขับออกทางไต
5.- ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ adrenaline ทำให้เกิดการคลายตัวของหลอดเลือด
6.- ยาในกลุ่ม beta-blockers เช่น propanolol มีผลทำให้หัวใจบีบตัวส่งเลือดออกไปลดลง แต่ก็มีอาการข้างเคียงคือ สมรรถภาพทางเพศลดลง และเหนื่อยง่ายขณะออกกำลังกาย ส่วนการเปลี่ยนแปลงยานั้น จะถูก metabolised ที่ตับ จึงต้องใช้ยาอย่างระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับ
7.- ยาในกลุ่ม calcium channel blockers เช่น verapamil ยับยั้งการนำแคลเซียมเข้าสู่หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ความดันโลหิตลดลง แต่ก็ทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือ ปวดหัว หน้าแดง เหงื่อออกมาก ท้องผูก ในผู้ป่วยโรคตับจะต้องลดขนาดการใช้ยาลง เนื่องจากถูก metabolised ที่ตับ
8.- ยาที่มีผลขยายหลอดเลือด เช่น minoxidil จะใช้ในกรณีที่ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ อาจมีอาการบวมเกิดขึ้น และผมขึ้นผิดปกติ ส่วนการกำจัดยานั้น ตับจะเปลี่ยนรูปแบบยา และขับออกทางไต
9.-ยากลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มข้างบน ได้แก่HERBESSER,APRESOLINE,MINIPRESS,ISOMET

การใช้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดความดันโลหิต หรือยาในกลุ่ม ACEi ที่กล่าวถึง แม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อตับ แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคตับเช่นกัน ในกรณีที่ใช้ในผู้ป่วยโรคตับ ก็ต้องลดขนาดการใช้ลง ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์

อาการข้างเคียงที่พบในยาลดความดันโลหิต คือ
1.ยากลุ่มปิดกั้นแคลเซียม ได้แก่ยา Plendil, Norvasc, AdalatCR อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือ ปวดศีรษะ, บวมที่ขา
2.ยากลุ่มปิดกั้นเอนไซม์ ACE (ACEI)ได้แก่ Enaril, Accupril, Tritace เป็นต้น อาการข้างเคียงที่สำคัญคือ อาการไอ
3.ยากลุ่ม ARB ได้แก่ Micardis, Cozaar, Diovan, Blopress กลุ่มนี้อาการข้างเคียงไม่ค่อยพบ
4.ยากลุ่มปิดกั้นเบต้า (Beta Blocker) ได้แก่ Concor, Tenormin, Betaloc, Inderal อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือ สมรรถภาพทางเพศลดลง, หัวใจเต้นช้า, อ่อนเพลีย
การแพ้ยาตัวหนึ่งอาจจะไม่ได้แพ้อีกตัวหนึ่ง ที่สำคัญมากที่คนมักเข้าใจผิดคือ คำว่า แพ้ยา กับ อาการข้างเคียงของยา ถ้าแพ้ยา(drug allergy)จะหมายถึง มีผื่นขึ้น หน้าบวม หอบหืด ต้องหยุดยา
..... ส่วนอาการข้างเคียงของยา(side effects) จะเป็นคล้ายๆกัน  ซึ่งทานยาต่อได้ถ้าอาการไม่มาก เช่น ไอไม่มากก็ทานยาต่อได้......

No comments:

Post a Comment